องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแท่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น :www.banthan.go.th

 
 
ประวัติและความเป็นมา


ประวัติบ้านแท่น โนนสมนึก นาหนองทุ่ม เมืองชลบถ

     บ้านแท่นเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของอำเภอชนบท  ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 1800 ซึ่งอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 16-18  จากการพบร่องรอยหลักฐานวัตถุโบราณคือพระแท่นศิวลึงค์ประติมากรรมหินทรายจำนวน 2 องค์ รวมทั้งใบเสมา และเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ในบริเวณวัดป่าโนนบ้านเก่า สันนิษฐานว่าเคยเป็นชุมชนขอมในอดีต จากการบอกเล่าของชาวบ้านว่าเห็นมาแต่สมัยปู่ย่าตายาย โดยพระแท่นมีลักษณะเป็นฐานแท่นสี่เหลี่ยม มีการเจาะรูตรงกลาง มีลายเส้นขั้นเป็นชั้นตามขวาง มีร่องน้ำมนต์โสมสูตรยื่นออกมา รอบองค์พระแท่นมีรอยสลักภาษาขอม มีพระศิวลึงค์ตั้งสวมอยู่ที่รูด้านบนตรงกลางพระแท่น พระศิวลึงค์มีลักษณะเป็นหินสีดำคล้ายเหล็กไหล พระแท่นนั้นมีการตรวจค่าหินจากนักธรณีวิทยาพบว่ามีอายุกว่า 766 ปี สิ่งที่ค้นพบสะท้อนถึงอารยธรรมแบบขอม ซึ่งพระแท่นศิวลึงค์นี้เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ เป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ฮินดูหรือพุทธมหายานในสมัยนั้น โดยรอบบริเวณพระแท่นมีหินลักษณะคล้ายใบเสมา บางแผ่นสลักรูปพระพุทธรูป ตั้งซ้อนกันอยู่ทั้ง 8 ทิศแสดงขอบเขต  มีกู่คล้ายเจดีย์ขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแท่น ที่ฐานแท่นมีพระพุทธรูปสามองค์  สันนิษฐานว่าเป็นวัดมาแต่ครั้งอดีต บ้านแท่นนั้นจึงใช้ชื่อตามองค์พระแท่นที่ถูกค้นพบ

     บ้านแท่นมีประวัติเกี่ยวเนื่องกันกับยุคตั้งเมืองชลบถ ในสมัยกรุงธนบุรีตอนปลายและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นครั้งสมัยตั้งเมือง ตามหลักฐานใบบอกจากจดหมายเหตุแห่งชาติ และพงศาวดารภาค4 ระบุว่าชาวอำเภอชลบถนั้นคือชาวเวียงจันทร์ที่อพยพเดินทางข้ามแม่น้ำโขงทางฝั่งขวาเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองสุวรรณภูมิก่อน(เมืองศรีภูมิร้อยเอ็ด ปี2256) แล้วอพยพมาอยู่ที่บ้านเมืองเพีย (เพียแปลว่าพญา)ซึ่งเป็นเมืองโบราณยุคทวารวดี และย้ายมาอยู่ที่หนองกองแก้ว ริมแม่น้ำชี โดยมีพญาเมืองแสน หรือท้าวเพียเมืองแสน ชื่อเดิมคือท้าวคำพาว ผู้เป็นสมุหกลาโหมใหญ่(ดูแลการทหารสูงสุด)ของเมืองสุวรรณภูมิ มีตำแหน่งขึ้นเป็นพระจันตะประเทศ พร้อมไพร่พล 500 ครัวเรือน มาสร้างเมืองชลบถ(บ้านหนองกองแก้ว)ในปีพ.ศ. 2326 ก่อนตั้งเมืองขอนแก่น ซึ่งสมัยนั้นที่ตั้งบ้านแท่นอยู่ในแนวทางผ่านที่ข้าหลวงจากมณฑลอุดรและเมืองชลบถ ใช้เป็นเส้นทางเพื่อส่งเครื่องราชแก่เมืองหลวง บ้านแท่นจึงรับอิทธิพลมาจากเมืองชลบถ และมีชาวชลบถเข้ามาอยู่อาศัย จากหลักฐานต้นตระกูลวรแสนและเชษฐา ซึ่งเป็นตระกูลเชื้อสายของท้าวเพียเมืองแสนเจ้าเมืองชลบถ (มีศักดิ์เป็นหลานของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งเมืองเวียงจันทน์) บ้านแท่นจึงมีผู้คนมาอยู่อาศัยอยู่จำนวนมากและมีขนาดใหญ่ เคยมีพื้นที่อาณาเขตปกครองกว่าครึ่งหนึ่งของอำเภอชลบถ และได้ขึ้นกับเมืองชลบถในปี 2361 ผู้คนสมัยก่อนจะรู้จักบ้านแท่นในนาม “ บ้านเก่า ”
สถานที่ตั้งเดิมของบ้านแท่นนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณโนนหน้าวัดป่า เรียกโนนบ้านเก่า มีการสร้างบ้านเรือนผู้คนอยู่อาศัยบริเวณหน้าวัดติดต่อกันยาวมาถึงโนนหลวงพ่อนกเขา (สถานที่ตั้ง อบต.) และลงไปตามริมฝั่งหนองทุ่ม เรียกว่าโนนเก่าขามหรือโนนกกขาม ผู้คนสมัยนั้นจะสร้างบ้านเรือนอยู่ติดฝั่งหนองทุ่มเพื่ออาศัยน้ำกินใช้จากหนองที่ล้นออกมาจากลำห้วย  บริเวณโนนบ้านเก่าหน้าวัดนั้นมีการขุดพบถ้วยชามไหของใช้สมัยโบราณต่างๆจำนวนมาก ส่วนหนึ่งนำฝังไว้ที่ใต้พระอุโบสถ(บือโบสถ์) และบางส่วนมีชาวบ้านเก็บรักษาไว้
สถานที่ตั้งองค์พระแท่นคือบริเวณโนนวัดป่า ชาวบ้านเรียกว่าวัดป่าบ้านแท่น ต่อมาจึงใช้ชื่อว่าวัดป่าบัลลังก์ศิลาทิพย์ บริเวณกู่เจดีย์ทิศตะวันออกจึงสร้างเป็นศาลปู่ตา บริเวณแท่นและพัทธสีมาได้สร้างเป็นพระอุโบสถสิมโบราณ ทำด้วยไม้มุงด้วยหญ้าคา ครอบองค์เดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้าย ต่อมามีการสร้างพระใหญ่โดยพระและชาวบ้าน ทำให้ผู้คนหลายหมู่บ้านได้มาอุปสมบท  และในพ.ศ.2492 หลวงปู่ผาง จิตตคุตโต ได้มาจำพรรษา 1 พรรษา 
ต่อมาช่วงหนึ่งเกิดอาเภทมีการเกิดโรคระบาด ผู้คนเสียชีวิตติดต่อกัน และด้านฝั่งหนองทุ่มเกิดน้ำห้วยเอ่อล้นขึ้นมาท่วม  จึงเกิดการอพยพครั้งใหญ่ลงมาทางทิศใต้หรือที่ตั้งบ้านในปัจจุบัน มีการสร้างบ้านเรือนและวัดใหม่ บริเวณป่าไผ่หนองไร่ และมีประชากรอีกส่วนที่อพยพไปตั้งหมู่บ้านใหม่จำนวนหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโนนแดงน้อย บ้านโคกกลาง บ้านหัวฝาย บ้านหนองแวงนางเบ้า บ้านหนองยายเกลี้ยง  บ้านห้วยไผ่ และหมู่บ้านอื่นๆ ทำให้ประชากรบ้านแท่นลดจำนวนลงอย่างมาก 
จนถึงสมัยที่มีการตั้งผู้นำ มีนายเสือ ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านแท่น จากนั้นบ้านแท่นได้เลื่อนฐานะขึ้นเป็นตำบล มีเขตปกครองกว่า 24 หมู่บ้านในเขตอำเภอชลบถ ภายหลังพื้นที่ตำบลบ้านแท่นมีขนาดใหญ่ ทางการจึงได้ขยายการปกครองโดยแยกออกไปตั้งเป็นตำบลเป็น 4 ตำบล
    ก่อน พ.ศ.2512 พื้นที่ทางทิศตะวันตกแยกออกจากตำบลบ้านแท่น ขึ้นเป็นตำบลวังแสง จำนวน 11 หมู่บ้าน
     พ.ศ.2512 พื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้แยกออกจากตำบลบ้านแท่น ขึ้นเป็นตำบลห้วยแก จำนวน 8 หมู่บ้าน       พ.ศ.2517 พื้นที่ทางทิศใต้แยกออกจากตำบลบ้านแท่น ขึ้นเป็นตำบลปอแดง จำนวน 10 หมู่บ้าน
     พ.ศ.2512 มีนายวิรัตน์ สีทอง ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลบ้านแท่น มีนายสมนึก แก้วสุพรรณ์ ดำรงตำแหน่งสารวัตรกำนัน บ้านแท่นยังมีขนาดใหญ่ กระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งให้แบ่งหมู่บ้านเพิ่มจากบ้านแท่นเพื่อการพัฒนา จึงเกิดการหารือกันเพื่อแบ่งฝั่งตะวันออกเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้าน มีการเสนอชื่อหมู่บ้านหลายชื่อ ได้แก่บ้านโนนจำปี โนนจำปา โนนปาภา ซึ่งเป็นชื่อของผู้อาวุโสในหมู่บ้าน และมีผู้ใหญ่สุข คุณพู่ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวฝาย ได้เสนอชื่อหมู่บ้านว่า บ้านโนนสมนึก จากชื่อคุณปู่สมนึก แก้วสุพรรณ์ ผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน และออกมาสร้างบ้านเรือนเป็นคนแรก จึงได้ชื่อว่าบ้านโนนสมนึก เป็นหมู่บ้านลูกที่แยกออกจากบ้านแท่น มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกชื่อ นายกีม ราวี บ้านเลขที่ 1 มีการตัดถนนใหม่ และแบ่งการปกครองต่อมา

    ปี 2535 นายมนต์ชัย ดวงสว่าง ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลบ้านแท่น เกิดการแยกหมู่บ้านอีก1หมู่บ้านเพื่อง่ายต่อการพัฒนา คือฝั่งตะวันตกของบ้านติดหนองทุ่มเป็นบ้านนาหนองทุ่ม  ทำให้บ้านแท่นถูกแบ่งเป็น 3 หมู่บ้าน 
     ต่อมามีการตั้งเสาหลักบ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน เพื่อป้องกันเภทภัยต่างๆ โดยมีหลวงปู่วรพรต วิธาน เจ้าคณะอำเภอแวงน้อย เป็นผู้ทำพิธีลงเสา จำนวน 6 เสา ตั้งไว้แต่ละทิศรอบหมู่บ้าน มีความศักดิ์สิทธิ์มาก แม้สัตว์ใหญ่อย่างช้างก็ผ่านไม่ได้ หรือหากมีใครลบหลู่ดูหมิ่นก็ต้องมีอันเป็นไป จึงเป็นที่กราบไหว้เคารพบูชา ทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขมาถึงปัจจุบัน

แหล่งข้อมูล   คุณยายนาง วรแสน (นามสกุลเชื้อสายเจ้าเมืองชลบถ ท้าวเพียเมืองแสน )อายุ 102ปี เป็นบุตรของ ตาชู เชษฐา (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) และเป็นภรรยาของ ตาลุน วรแสน (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) บิดาของคุณตาลุนชื่อ ตาเณร วรแสน (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) และข้อมูลจากคุณตาสมนึก  แก้วสุพรรณ์  คุณตาสมเรื่องแก้วสุพรรณ์  คุณยายบัวลอง แก้วสุพรรณ์ คุณยายสำราญ แก้วสุพรรณ์  นายวิเชียร สินโพธิ์  (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) นายสุบรรณ์ ยะหล่อม (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) คุณตาสมาส ลุนบง นางละออง เลบ้านแท่น (ผญบ.โนนสมนึก) (หนังสือบันทึกประวัติศาสตร์อำเภอชนบท พื้นเมืองชลบถโดยสนอง คลังพระศรีปี 2549) 

พระแท่นศิลาบัลลังก์งามล้ำ   อารธรรมขอมโบราณ   โนนเมืองบ้านเก่าทรงคุณค่า   ธรรมะศรัทธาองค์หลวงปู่ผาง